โครงการปลูกต้นไม้สร้างถิ่นรมณีย์
จากวิกฤตไฟป่า สู่การรวมพลังฟื้นฟู "ปลูกป่าแบบประณีตที่ภูหลง" คืนชีวิตให้ต้นน้ำลำปะทาวและแม่น้ำชี
ในแต่ละปี “ป่าภูหลง” ซึ่งเป็นป่าดิบแล้งผืนสุดท้ายบนเทือกเขาภูแลนคา ต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าซ้ำซาก เปลวเพลิงไม่เพียงแต่เผาผลาญพื้นที่สีเขียวและทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำปะทาวและแม่น้ำชี ซึ่งเป็นสายเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตประชาชนในพื้นที่
ด้วยเหตุนี้ จึงได้เกิดการดำเนินงาน “ปลูกป่าแบบประณีตที่ภูหลง” ขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ซึ่งจัดภายใต้ “โครงการปลูกต้นไม้สร้างถิ่นรมณีย์ โดยมูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ ร่วมกับโรงเรียนปลูกป่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น” โดยขับเคลื่อนด้วยแนวคิดที่ว่า “ปลูกต้นไม้ให้ได้ป่า ป่าอยู่รอด เติบโต และยั่งยืน”
สรุปผลการดำเนินงาน
การขยายพื้นที่สีเขียว: ดำเนินการปลูกป่าแบบประณีตสำเร็จตามเป้าหมายจำนวน 1,000 ต้น บนพื้นที่ 10 ไร่ บริเวณเหนือผาหินตั้ง ภูแลนคา จ.ชัยภูมิ
การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ: ดำเนินการปลูกไม้ป่าเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติรวมทั้งสิ้น 33 ชนิด หลากหลายชั้นเรือนยอด
ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน: กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมดประมาณ 127 คน ประกอบด้วยกลุ่มอาสาสมัคร และยุวกาชาดจาก 4 สถานศึกษา ได้แก่ โรงเรียนภูเขียว, โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา, โรงเรียนเกษตรสมบูรณ์วิทยาคม และโรงเรียนสตรีชัยภูมิ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงในพื้นที่
ความสำคัญของแนวทางการปลูกป่าแบบประณีต
จากวิกฤตไฟป่าที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการดูแลรักษาพื้นที่ป่าอย่างเป็นระบบ การปลูกป่าในครั้งนี้จึงประยุกต์ใช้ทฤษฎีการปลูกป่าแบบประณีต ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนอย่างรัดกุม ประกอบด้วย:
กระบวนการปลูกอย่างเป็นระบบ: มีการเตรียมพื้นที่ คัดเลือกกล้าไม้ที่แข็งแรง การใช้โพลิเมอร์ช่วยเก็บความชื้น การผูกไม้หลัก และการรดน้ำ คลุมฟาง อย่างถูกวิธี
แผนการดูแลระยะยาว (หัวใจสำคัญ): โครงการฯ ได้กำหนดแผนการดูแลหลังการปลูกอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเข้าพื้นที่เพื่อตัดหญ้าและรดน้ำเป็นระยะเวลา 3 ปีเต็ม เพื่อให้ต้นไม้อยู่รอดและเจริญเติบโตได้ถึง 100% และเพื่อสร้างแนวป่าที่แข็งแรงเพียงพอต่อการรับมือภัยแล้งและไฟป่าในอนาคต
กิจกรรมครั้งนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยความร่วมมือจากอาสาสมัครมูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ, โรงเรียนปลูกป่า, กลุ่มคนภูหลง, มูลนิธิไทยรักษ์ป่า, สำนักงานยุวกาชาด และอาสาสมัครกาชาด ที่พร้อมใจกันมาฟื้นฟูธรรมชาติในครั้งนี้
โครงการฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กล้าไม้ทั้ง 1,000 ต้น จะเจริญเติบโตเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นปราการทางธรรมชาติที่แข็งแกร่ง และสร้างความยั่งยืนทางนิเวศวิทยาต่อไป
