มูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ และคณะผู้จัดงานสัมมนาพระธรรมวินัย ชวนชาวพุทธร่วมรำลึก “วันอัฏฐมีบูชา” สานต่อแนวคิด “ทำบุญวิถีใหม่” ด้วยการเวียนเทียนด้วยต้นไม้ ณ พุทธมณฑล
เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569 ได้มีการจัดกิจกรรมเวียนเทียนด้วยต้นไม้ เนื่องในวันอัฏฐมีบูชา หรือวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (หลังเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ 8 วัน) ขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
กิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานสัมมนาพระธรรมวินัยครั้งที่ 28 (ระหว่างวันที่ 4-9 มิถุนายน 2569) โดย มูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ ร่วมกับคณะผู้จัดงานฯ ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามทางพระพุทธศาสนา ควบคู่ไปกับการส่งเสริมแนวคิด “การทำบุญวิถีใหม่” ที่มุ่งเน้นความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ อันถือเป็นแก่นแท้ประการหนึ่งของหลักธรรมคำสอน
ก่อนเริ่มพิธีสำคัญ ในเวลา 16.00 น. ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมฟังธรรมะบรรยายโดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ประธานมูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ ณ อาคารหอประชุม พุทธมณฑล เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระพุทธคุณและเตรียมจิตใจให้พร้อมสำหรับการประกอบกุศลพิธี
จากนั้นในเวลา 17.00 น. คณะสงฆ์ นำโดยพระไพศาล วิสาโล ประธานมูลนิธิฯ และพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมเดินถือกล้าไม้จากหอประชุมไปประกอบพิธี “เวียนเทียนด้วยต้นไม้” ณ บริเวณลานหน้าองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์
ในกิจกรรมนี้ มูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ ได้เป็นผู้สนับสนุนหลักในการมอบ “กล้าไม้” กว่า 1,000 ต้น ให้แก่ผู้เข้าร่วมงานเพื่อใช้เวียนเทียน ซึ่งกล้าไม้เหล่านี้ได้รับการอนุเคราะห์จากจิตอาสาในเครือข่ายเพาะกล้าไม้ตามแนวทางเกษตรอินทรีย์เขาใหญ่ โดยส่วนใหญ่เป็นผักสวนครัวที่สามารถนำไปปลูกเพื่อเป็นอาหารได้ นอกจากนี้ ยังได้รับการร่วมแรงร่วมใจจากอาสาสมัครมูลนิธิฯ และอาสาสมัครจากสภากาชาดไทยกว่า 30 ท่าน ที่มาช่วยอำนวยความสะดวกและจัดเตรียมกล้าไม้เป็นอย่างดี
ในการนี้ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ประธานมูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ ได้กล่าวถึงแนวคิดสำคัญของกิจกรรมความว่า “การนำกล้าไม้มาเวียนเทียน ถือเป็นการแสดงปณิธานของชาวพุทธในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาควบคู่ไปกับการปฏิบัติธรรม ในวันนี้ซึ่งเป็นวันอัฏฐมีบูชาและเป็นวันสิ้นสุดการสัมมนาฟื้นฟูพระธรรมวินัย คณะสงฆ์จากทั่วประเทศได้มาร่วมกันเวียนเทียนด้วยกล้าไม้เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการรณรงค์ให้ชาวพุทธเห็นความสำคัญของต้นไม้ กล้าไม้เหล่านี้จะไม่กลายเป็นขยะเหมือนธูปเทียน แต่จะถูกนำไปปลูกเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งสร้างคุณค่าทั้งต่อสุขภาพกายและใจ จึงนับเป็นนิมิตหมายอันดีอย่างยิ่ง”
การจัดกิจกรรมในวันอัฏฐมีบูชาปีนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการรำลึกถึงพระพุทธองค์เท่านั้น แต่ยังเป็นการจุดประกายให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการนำธรรมะมาผสานกับการดูแลรักษาธรรมชาติ ซึ่งมูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ จะยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมกิจกรรมในลักษณะนี้ต่อไป เพื่อสร้างสังคมที่เปี่ยมไปด้วยธรรมะและความร่มเย็นอย่างยั่งยืน
